1. คุณสมบัติเบื้องต้นในการจัดตั้งบริษัทจำกัด
ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นมา กฎหมายได้ปรับให้การจัดตั้งบริษัทจำกัดทำได้ง่ายขึ้น โดยใช้ ผู้เริ่มก่อการตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป จากเดิมที่กำหนด 3 คน ผู้ก่อการต้องมีอายุ 12 ปีขึ้นไป และต้องถือหุ้นอย่างน้อยคนละ 1 หุ้น
การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยผู้ประกอบการรายเล็กได้มาก เพราะเดิมหลายคนต้องไปหาญาติหรือเพื่อนมาเป็นผู้ถือหุ้นคนที่สาม ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจจริง
2. เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับจดทะเบียนบริษัท
ข้อมูลและเอกสารของผู้ก่อการและกรรมการ
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้เริ่มก่อการและกรรมการทุกคน
- ชื่อบริษัทที่ต้องการ เตรียมไว้ 1 – 3 ชื่อ เผื่อชื่อซ้ำ เพื่อใช้จองชื่อนิติบุคคล
- สัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นแต่ละคน
- รายชื่อ
กรรมการ และการกำหนดอำนาจกรรมการในการลงนามผูกพันบริษัท
เอกสารเกี่ยวกับที่ตั้งสำนักงาน
- สำเนาทะเบียนบ้านของที่ตั้งสำนักงาน
- หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ หรือสัญญาเช่า กรณีไม่ใช่บ้านของตัวเอง
- แผนที่ตั้งสำนักงานโดยสังเขป
ข้อมูลอื่นที่ต้องกำหนด
- ทุนจดทะเบียน จำนวนหุ้น และมูลค่าหุ้นต่อหุ้น
- วัตถุประสงค์ของบริษัท คือประเภทธุรกิจที่จะดำเนินการ
- ข้อมูลผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี
เรื่องที่ทำให้งานช้าที่สุดในทางปฏิบัติไม่ใช่เอกสารราชการ แต่คือการรวบรวมสำเนาบัตรประชาชน พร้อมลายเซ็นจากผู้ถือหุ้นทุกคนให้ครบ และการตกลงกันเรื่องสัดส่วนหุ้นกับอำนาจกรรมการ
3. ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัท
- จองชื่อนิติบุคคล — ตรวจสอบและจองชื่อบริษัทผ่านระบบของกรมพัฒนา
ธุรกิจการค้า (DBD) ชื่อที่ซ้ำหรือคล้ายกับรายเดิมจะถูกปฏิเสธ - จดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิ — ระบุชื่อบริษัท วัตถุประสงค์ ทุนจดทะเบียน และรายชื่อผู้ก่อการ
- จัดประชุมจัดตั้งบริษัท — เพื่อแต่งตั้ง
กรรมการและกำหนดข้อบังคับของบริษัท - จดทะเบียน
จัดตั้งบริษัท — ปัจจุบันยื่นบริคณห์สนธิและจัดตั้งพร้อมกันได้ภายในวันเดียว และยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Registration ได้ - ขอเลขประจำตัวผู้เสียภาษีและจด VAT (ถ้าจำเป็น)
ถ้าเอกสารและลายเซ็นครบ กระบวนการทั้งหมดมักใช้เวลาประมาณ 3 – 7 วันทำการ ขึ้นกับคิวของหน่วยงานราชการในช่วงนั้น
4. ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนบริษัท
ค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นสองส่วนหลัก คือ ค่าธรรมเนียมราชการ ที่จ่ายตรงต่อหน่วยงาน และ ค่าบริการของสำนักงานบัญชี กรณีจ้างดำเนินการให้
- ค่าธรรมเนียม
จดทะเบียน จัดตั้งบริษัทกับ DBD ประมาณ 6,300 บาท (กรณีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 1 ล้านบาท) - ค่าหนังสือรับรอง ตรายางบริษัท และค่าจิปาถะอื่น ๆ
- ค่าบริการรับจดทะเบียน กรณีให้สำนักงานบัญชีดำเนินการให้
สำหรับ Zense ค่าบริการดำเนินการอยู่ที่ 3,000 บาท เมื่อรวมค่าธรรมเนียมราชการกรณีทุนไม่เกิน 1 ล้านบาทแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 9,300 บาท และรวมการวางแผนภาษีเบื้องต้นให้ฟรี
ค่าธรรมเนียมอาจมีการปรับเปลี่ยนตามประกาศของกรมพัฒนา
5. หลังจดทะเบียนบริษัทแล้วต้องทำอะไรต่อ
หลายคนเข้าใจว่าจดบริษัทเสร็จแล้วจบ แต่จริง ๆ แล้วหน้าที่ตามกฎหมายเพิ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันนั้น สิ่งที่ต้องทำต่อเนื่องได้แก่
- จัดทำบัญชีและยื่นภาษี
รายเดือนกับรายปีให้ตรงกำหนด - แต่งตั้ง
ผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายและแจ้งต่อกรมพัฒนา ธุรกิจการค้า - ปิดงบการเงิน
ประจำปีและนำส่งงบต่อ DBD พร้อมยื่น ภ.ง.ด.50 - เปิดบัญชีธนาคารในนามบริษัท และแยกเงินบริษัทออกจากเงินส่วนตัวตั้งแต่วันแรก
การวางระบบบัญชีให้ถูกต้องตั้งแต่เดือนแรกจึงสำคัญมาก เพราะช่วยไม่ให้เกิดค่าปรับ
ถ้าคุณกำลังเตรียมเปิดบริษัทและยังไม่แน่ใจว่าควรจดทุนเท่าไร หรือควรจด VAT เลยหรือรอก่อน
โทรมาคุยกับเราได้ที่
093-795-6984
ปรึกษาครั้งแรกไม่มี
บทความนี้อธิบายภาพรวมเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น หลักเกณฑ์และอัตราค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน และแต่ละกิจการมีเงื่อนไขต่างกัน ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีของท่านก่อนนำไปปฏิบัติ